เนื่องจากร่างกายอดอาหารมาตลอดทั้งคืน อาหารเช้าจึงเป็นมื้อที่มีความสำคัญอย่างมาก อีกทั้งอาหารเช้ายังช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายและสมอง ทำให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน และการกินอาหารเช้ายังช่วยป้องกันโรคได้อีกด้วย เหนืออื่นใดหากไม่กินอาหารเช้าน้ำตาลในเลือดก็จะต่ำลง และสมองก็จะสั่งการให้กินมื้อเที่ยงและมื้อเย็นมากกว่าปกติ จึงทำให้มีโอกาสอ้วนลงพุงได้ง่าย

ดังนั้นการกินอาหารเช้าจึงต้องกินทุกวัน โดยใน 1 จานก็ควรทานให้ถูกสูตร ผักผลไม้ 2 : โปรตีน 1 : คาร์โบไฮเดรต 1 ซึ่งการกินผักผลไม้จะช่วยให้อิ่มเร็ว และกากใยก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น (ควรกินอาหารเช้าให้มาก แต่กินมื้อเที่ยงและมื้อเย็นในปริมาณที่ลดลง)

ลดไขมัน ลดอาหารประเภทผัดและทอด
หากเราสามารถเปลี่ยนแปลงการบริโภคได้ ก็จะทำให้ไขมันสะสมในร่างกายลดลงได้มากเช่นกัน ดังนั้นจึงควรปรับการกิน ลดไขมัน ลดอาหารประเภทผัด-ทอด และหันมากินอาหารประเภท ต้ม ยำ ลวก ตุ๋น อบ นึ่ง แทน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกินไข่ต้มแทนไข่ดาวหรือไข่เจียว ซึ่งเพียงไข่ไก่ 1 ฟองที่ปรุงต่างกัน ก็มีพลังงานที่ได้รับต่างกันถึง 3.5 เท่าเลยทีเดียว โดยจากข้อมูลของ สสส. ระบุว่า ไข่เจียวให้พลังงาน 250 แคลอรี ส่วนไข่ดาวให้พลังงาน 160 แคลอรี ขณะที่ไข่ต้มให้พลังงานที่ 70 แคลอรีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
การดื่มน้ำเปล่าถือว่าดีที่สุด และหากดื่มในปริมาณต่อวันให้ได้อย่างน้อย 8-10 แก้ว ก็จะยิ่งมีส่วนช่วยในการลดพุงหน้าท้องลงได้ เพราะการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายให้ลงได้ และถ้าดื่มก่อนมื้ออาหาร 1 ชม. ก็จะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ด้วย อีกทั้งช่วยในการย่อยอาหารให้ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่อีกด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ดีไม่ควรดื่มน้ำเกิน 10 แก้วต่อวัน เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก ทำให้เซลล์บวมน้ำ อาการต่อมาคือปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนได้